7 อาการ เป็นหมัน ก็มีลูกได้ เป็นหมันแต่ อยากมีลูก ต้องทำอย่างไร

เป็นหมัน หรือทำหมันมาสามารถมีลูกได้หรือไม่? เป็นคำถามที่หมอได้ยินบ่อยครั้งเวลาให้คำปรึกษากับผู้ที่ต้องการมีบุตรแต่ตกอยู่ในภาวะมีบุตรยากเนื่องจากอาการหมัน ต้องบอกว่าในปัจจุบันนี้ทางการแพทย์ของเราได้มีการพัฒนาจนสามารถช่วยเหลือและแก้ปัญหาผู้ที่มีบุตรยากด้วยสาเหตุต่างๆ รวมถึงภาวะหมันก็สามารถรักษาและกลับมามีลูกได้ วันนี้เราจะมาพูดถึงการรักษาภาวะมีบุตรยากจากอาการหมันกันครับ

ภาวะหมัน สามารถมีบุตรได้เองหรือไม่?

ผู้ที่อยู่ในภาวะมีบุตรยากจากสาเหตุหมันนั้น สามารถรักษษได้ด้วยเทคโนโลยีทางการเจริญพันธุ์สำในปัจจุบันนั้นล้ำหน้าไปมากแล้ว แต่จะใช้วิธีและขั้นตอนไหนในการรักษานั้น จะขึ้นอยู่กับว่าผู้ที่เข้ารับการรักษานั้นมีปัญหามาจากอะไร โดยจะมีการแบ่งอาการหมันได้ทั้งฝ่ายชายและหญิง ดังนี้

อาการหมันที่มาจากฝ่ายหญิง 

1.ความผิดปกติตั้งแต่กำเนิด

เป็นอาการผิดปกติในระบบสิบพันธุ์ตั้งแต่กำำเนิดในฝ่ายหญิง เช่น มีอวัยวะเพศที่ไม่สมบูรณ์หรือมีส่วนใดส่วนหนึ่งไม่ครบ เช่น ไม่มีช่องคลอดส่วนล่าง ไม่มีมดลูก ไม่มีท่อนำไข่ หรือไม่มีรังไข่ ซึ่งอาการเหล่านี้ทำให้ตั้งครรภ์ไม่ได้

2.มีปัญหาที่ช่องคลอด

ความผิดปกติของช่องคลอด เช่น ช่องคลอดตีบตัน อาจจะเกิดจากพังผืด หรือผนังกั้นที่ช่องคลอด หรือบางรายอาจจะเกิดก้อนเนื้องอก หรือมีรอบแผลเป็นจนทำให้เวลามีกิจกรรมทางเพศแล้วอวัยวะเพศของฝ่ายชายไม่สามารถเข้าไปได้

3.แบคทีเรีย

อาการป่วยที่เกิดจากติดเชื้อจากเชื้อพยาธิหรือเชื้อรา ซึ่งสิ่งเหล่านี้มีส่วนในการเข้าไปทำการเปลี่ยนแปลงความสมดุลในช่องคลอด ซึ่งเป็นเหตุให้ทำให้เชื้ออสุจิตายง่ายกว่าปกติและไม่สามารถเข้าไปปฏิสนธิได้

4.ปัญหาระหว่างการร่วมกิจกรรมทางเพศ

เป็นปัญหานี้เป็นปัญหาเงียบที่เกิดขึ้นกับหลายคู่ และมักจะไม่ถูกพูดถึงเนื่องจากความอาย โดยสาเหตุที่เกิดขึ้นนั้นมักจะเกิดจากความเจ็บปวดเมื่อร่วมกิจกรรมทางเพศจนทำให้เกิดอาการกลัวการมีเพศสัมพันธ์ด้วยอาการกลัวในจิตใจนี้เองส่งผลให้ไม่มีอารมณ์ทางเพศ และเกิดภาวะหดเกร็งของท่อมดลูก

5.ปัญหาจากมดลูก

สาเหตุนี้มักเกิดจากความผิดปกติเกี่ยวกับฮอร์โมนภายในระบบสืบพันธุ์ที่ทำให้เชื้ออสุจิเคลื่อนไหวได้ยากยิ่งขึ้น โดยสาเหตุหลักๆ ที่มักจะเกิดจากตัวมดลูกและเยื่อบุมดลูก คือ

  • โรคเซลล์เยื่อบุมดลูกเกิดผิดที่ พบใน 25-65 %
  • การทำงานของเยื่อบุมดลูกผิดปกติ ส่งผลให้ขาดฮอร์โมนจึงทำให้ไม่เกิดภาวะไข่ตก
  • เนื้องอกของมดลูก ความรุนแรงของอาการนี้จะขึ้นอยู่กับตำแหน่งของเนื้องอกนั้นๆ

6.การอักเสบของท่อนำไข่

การติดเชื้อหนองใน โรควัณโรค ภาวะแทรกซ้อนหลังคลอดหรือขูดมดลูกและการอักเสบของอวัยวะใกล้เคียงในช่องท้อง เช่น ไส้ติ่งอักเสบ อาการเหล่านี้ภจะทำให้เกิดพังผืดที่บริเวณท่อนำไข่ ส่งผลให้เกิดการอุดตันที่ส่วนปลายของท่อมดลูก หรืออาจทำให้ท่อมดลูกคดงอผิดปกติจนทำให้เชื้ออสุจิไม่สามารถปฏิสนธิกับไข่ได้ หรือในบางกรณีก็เกิดจากภาวะก้อนเนื้องอกเจริญผิดที่เข้าไปกดทับหรือดันท่อนำไข่ให้เกิดการตีบตันขัดขวางการปฏิสนธิระหว่างไข่และเชื้ออสุจิ

7.ต่อมไร้ท่อและรังไข่

โดยเปกติแล้วฮอร์โมนที่จำเป็นต่อระบบสืบพันธุ์นั้นจะถูกหลั่งออกมาจากต่อมไร้ท่อที่จะต้องรักษาความสมดุลของฮอร์โมนไว้ในคงที่ เพราะหากมีฮอร์โมนใดฮอร์โมนหนึ่งมีมากหรือน้อยเกินไปก็จะส่งผลให้ระบบภายในขาดความสมดุล ซึ่งอาจจะส่งผลให้ระบบสืบพันธุ์แปรปรวน จนเกิดภาวะต่างๆ เช่น

  • ไม่เกิดประจำเดือน
  • ไข่ไม่ตก
  • เลือดออกผิดปกติจากโพรงมดลูก
  • ภาวะขาดหรือฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนไม่เพียงพอ
  • ต่อมธัยรอยด์ (Thyroid) ทำงานผิดปกติ
  • ต่อมหมวกไตทำงานผิดปกติ
  • ภาวะก้อนเนื้องอกที่ต่อมพิทูอิทารี (Pituitary gland)  บริเวณกลีบหน้า
  • เกิดภาวะถุงน้ำของรังไข่หลายอัน

9.  ระบบภูมิคุ้มกัน

จากผลการศึกษางานวิจัยฉบับหนึ่งกล่าวว่า คู่สามีและภรรยาที่แต่งงานใหม่ที่ไม่สามารถตั้งครรภ์ได้เองตามธรรมชาติเป้นจำนวน 1 ส่วน 4 ของ 10℅ ที่อยู่ในภาวะเป็นหมันเพราะอาจเกิดจากฝ่ายชายหรือฝ่ายหญิงมีภาวะเข้ากันไม่ได้เนื่องจากภูมิคุ้มกัน เช่น ภาวะเลือดเข้ากันไม่ได้ระหว่างสามีและภรรยา ภูมิคุ้มกันในฝ่ายชาย และการมีภูมิคุ้มกันต่อตัวอสุจิในฝ่ายหญิงที่อาจจะมีในมดลูก คอมดลูก ช่องคลอดและในกระแสเลือด อาการเหล่านี้จะต้องได้รับการรักษาโดยแพทย์เท่านั้น

อาการหมันที่มาจาก ฝ่ายชาย

1.ระบบสืบพันธุ์ผิดปกติ

อาการของระบบสืบพันธุ์ผิดปกติเกิดจากการผลิตความเชื้อที่ไม่มีตัวอสุจิ หรือมีจำนวนตัวอสุจิน้อยเกินไป หรือการผลิตอสุจิที่ไม่ได้คุณภาพ เช่น มีรูปร่างผิดปกติ อสุจิไม่มีการเคลื่อนไหวหรือมีเคลื่อนไหวผิดปกติ อาการเหล่านี้นั้นมักสาเหตุมาจาก

  • อาการอักเสบหรือติดเชื้อจากการป่วยเช่น เป็นคางทูมหรือการติดเชื้อหนองใน
  • เคยได้รับอุบัติเหตุกระทบกระเทือนอย่างแรงบริเวณอัณฑะ ภาวะอัณฑะเส้นเลือดขอดมากกว่าปกติ มีน้ำในบริเวณถุงอัณฑะ และพฤติกรรมที่ชอบสวมกางเกงหรือกางเกงในรัดแน่นจนเกินไป
  • ต่อมไร้ท่อทำงานผิดปกติ
  • มีโรคประจำตัวเช่น โรคโลหิตจาง หรือโรคที่ต้องฉายแสงเคมีรักษา
  • ขาดอาหาร
  • ติดยาเสพติด
  • ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บ่อย
  • สูบบุหรี่

2.ทางเดินเชื้ออสุจิผิดปกติ

อาการของภาวะทางเดินเชื้ออสุจิผิดปกตินั้นมักจะเกิดจากท่อทางเดินของเชื้ออสุจิมีลักษณะตีบหรือตันจนทำให้เชื้ออสุจิไม่สามารถออกมาได้ ภาวะนี้อาจจะเกิดขึ้นภายหลังหรือเป้นตั้งแต่กำเนิดได้ ซึ่งต้องให้แพทย์เป็นผู้วินิจฉัยและทำการแก้ไข

3.น้ำเชื้อผิดปกติ

อาการนี้มักเกิดจากส่วนประกอบความเป็นกรดด่างของน้ำเชื้อมีความผิดปกติ อาการเหล่านี้จะส่งผลให้การเคลื่อนไหวของเชื้ออสุจิไม่เป็นไปตามธรรมชาติ ช้า อ่อนแอและตายง่าย

4.การหลั่งน้ำเชื้อที่น้อยเกินไป

การหลั่งน้ำเชื้อที่น้อยกเกินไปก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะมีบุตรยากได้ ซึ่งสาเหตุนั้นอาจจะเกิดปัญหาระบบสืบพันธุ์ผิดปกติทำให้น้ำเชื้อหลั่งออกมาน้อย หรืออาจเกิดจากทางเพศระหว่างร่วมกิจกรรมทางเพศที่ทำให้การคลั่งน้ำเชื้อไม่สามารถเข้าไปในช่องหลอดได้เต็มที่ หรือเกิดจากภาวะโรคไฮโปคอนดริเอซิส (Hypochondriasis) หรือภาวะการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ (Erectile Dysfunction)

5.ปัญหาจากปัจจัยอื่น

ปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งผลให้เกิดการมีบุตรยากนั้นอาจะเกิดจากการร่วมกิจกรรมทางเพศบ่อยเกินไป ทำให้น้ำเชื้อขาดความเข้มข้น หรือการร่วมกิจกรรมทางเพศก่อนหรือหลังวันตกไข่ หรือแม้แต่ความตึงเครียดจากการงาน มีภาวะซึมเศร้า ซึ่งอารมณืเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อฮอร์โมนภายในระบบสิบพันธ์ุในทำงานผิดปกติ

6.อาการหมันจากการไปทำ

ภาวะนี้มักจะเกิดในกลุ่มสามีภรรยาที่เคยมีบุตรมาก่อนแล้วตัดสินใจทำหมันแต่เกิดเปลี่ยนใจภายหลัง วิธีแก้หมันนั้นจะต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์

การแก้หมันหญิง : วิธีแก้สามารถทำได้ด้วยการผ่าตัดส่องกล้องที่ไม่ค่อยเป็นที่นิยมเท่าไร เนื่องจากมีวิธีการค่อนข้างซับซ้อน ค่าใช้จ่ายสูง และต้องพักฟื้นนานเนื่องจากเป็นการผ่าตัดใหญ่ หลังแก้ไขแล้วก็ยังสามารถการันตีผลได้ว่าจะสามารถกลับมาตั้งครรภ์ได้ 100% อีกด้วย เนื่องจากระบบสืบพันธุ์จะไม่กลับมาทำงานได้เต็มที่และหากยิ่งอายุมากขึ้นโอกาสสำเร็จก็ยิ่งลดน้อยลง

การแก้หมันชาย : วิธีการแก้หมันชายนั้น ไม่จำเป็นต้องใช้ผ่าตัดใหญ่แต่ก็วิธีก็ค่อนข้างยากเนื่องจากจะต้องแก้ไขในส่วนท่อนำน้ำเชื้อที่มีขนาดเล็กมาก และมีอัตราความสำเร็จจะอยู่ที่ประมาณ 50% เท่านั้น ในบางรายหลังแก้แล้วน้ำเชื้อก็ไม่สามารถออกมาได้ 

7.หมันตั้งแต่กำเนิด

ในกลุ่มนี้มักเกิดจากความผิดปกติในระบบสืนพันธุ์เช่น ในฝ่ายชายถุงอัณฑะไม่ผลิตน้ำเชื้อ หรือ ในน้ำเชื้อไม่มีตัวอสุจิ และในฝ่ายหญิงที่เกิดมาในภาวะไม่มีมดลูกหรือรังไข่ วิธีแก้ขอภาวะมีบุตรยากของผู้เข้ารับการรักษากลุ่มนี้ จำเป้นจะต้องใช้ไข่หรือน้ำเชื้อของผู้บริจาคเท่านั้น

วิธีการแก้ไข

ในปัจจุปันมีเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ช่วยเหลือผู้มีบุตรยากมากมาย ซึ่งแต่ละวิธีก็มีขั้นตอนที่จะใช้แก้ไขปัญหาของแต่ละคู่ที่แตกต่างกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัญหาของผู้ที่เข้ารับการรักษาาว่ามีความรุนแรงอยู่ขั้นไหน รวมถึงผ่านการวินิจฉัยของแพทย์ก่อนเพื่อจะได้เลือกวิธีที่เหมาะสมที่สุดได้ง่ายขึ้น

1.IUI (Intra Uterine Insemination)

คือการปฏิสนธิภายในร่างกายที่ถือว่าใกล้เคียงกับธรรมชาติมากที่สุดโดยมีกระบวนการคือ แพทย์ผู้ดูแลจะทำการคัดเลือกน้ำเชื้อที่แข็งแรงที่สุดของฝ่ายชายมาฉีดเข้าสู่โพรงมดลูกโดยตรง เพื่อช่วยลดระยะในการว่ายและยังลดความเสี่ยงของเชื้ออสุจิที่อาจจะตายก่อนจะปฏิสนธิได้ดีมากๆ ซึ่งวิธีนี้เป็นการเพิ่มโอกาสการตั้งครรภ์ได้สูง เนื่องจากน้ำเชื้อจะเข้าผสมกับไข่ได้ง่ายขึ้น สามารถทำง่าย ใช้เวลาไม่นาน ค่าใช้จ่ายไม่สูง c]tปลอดภัยเนื่องจากเป็นวิธีที่ใกล้เคียงกับการปฏิสนธิโดยวิธีธรรมชาติ

IUI การฉีดน้ำเชื้อเข้าสู่โพรงมดลูก เพิ่มโอกาสในการตั้งครรภ์ สำหรับผู้มีบุตรยาก

2.IVF (In Vitro Fertilization)

เป็นกระบวนการปฏิสนธิภายนอกร่างกายที่จะนำไข่และอสุจินำมา “ผสมกันเอง”ภายในหลอดแก้ว เมื่อเกิดการปฏิสนธิจนกลายเป็นตัวอ่อนแล้ว จึงทำการเพาะเลี้ยงในห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาตร์จนกลายเป็นตัวอ่อน จากนั้นจึงย้ายตัวอ่อนฝังภายในโพรงมดลูกเพื่อให้เกิดการตั้งครรภ์และพัฒนาสู่เป็นทารกต่อไป

เด็กหลอดแก้ว IVF รักษาภาวะมีบุตรยากอย่างปลอดภัย ได้ผลจริง 

ข้อดีของการทำ IVF คือ เหมาะสำหรับฝ่ายหญิงที่มีอายุมากกว่า 35 ปีขึ้นไป สามารถคัดกรองกลุ่มโรค HIV ได้ ฝั่งผู้ชายที่มีเชื้ออสุจิอ่อน ไม่แข็งแรงหรือเป็นหมัน เนื่องจากแพทย์จะทำการคัดเชื้อที่แข็งแรงที่สุดมาใช้ ในกรณีที่ฝ่ายชายเป็นหมันแพทย์จะทำการใช้เข็มดูดน้ำเชื้อออกมาจากลูกอัณฑะโดยตรง

3.ICSI – Intracytoplasmic sperm injection

เป็นเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ถูกพัฒนาต่อยอดมาจาก IVF ซึ่งเป็นกระบวนการปฏิสนธิภายนอกร่างกายที่มีวิธีการคล้ายกับการทำ IVF เกือบทุกประการ แต่ข้อแตกต่างคือ การทำ ICSI จะเป็นการคัดเลือกไข่กับอสุจิที่แข็งแรงและสมบูรณ์ที่สุดนำมาปฏิสนธิด้วยวิธีการใช้เข็มเล็กๆ ที่ดูดตัวอสุจิที่คัดเลือดไว้ฉีดเข้าไปให้เนื้อไข่โดยตรงเพื่อก่อให้เกิดการปฏิสนธิ จากนั้นก็นำเพาะเลี้ยงในห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์จจนกลายเป็นตัวอ่อน จากนั้นจึงย้ายตัวอ่อนฝังภายในโพรงมดลูกเพื่อให้เกิดการตั้งครรภ์และพัฒนาสู่เป็นทารกต่อไป ซึ่งการทำ ICSI เป็นวิธีที่ค่อนข้างเป็นที่นิยมอย่างมากในปัจจุบันเพราะช่วยแก้ปัญหาผู้ที่มีบุตรยากได้หลากหลายสาเหตุ เช่น เหมาะสำหรับฝ่ายหญิงที่มีอายุมากกว่า 35 ปี ขึ้นไปที่มีภาวะมดลูกมีปัญหา ไข่เปลือกแข็งหนาจนอสุจิไม่สามารถเจาะเข้าไปได้ ฝั่งผู้ชายที่มีเชื้ออสุจิอ่อน ไม่แข็งแรง หรือเป็นหมัน เนื่องจากแพทย์จะทำการคัดเชื้อที่แข็งแรงที่สุดมาใช้ ในกรณีที่ฝ่ายชายเป็นหมันแพทย์จะทำการใช้เข็มดูดน้ำเชื้อออกมาจากลูกอัณฑะโดยตรงเช่นเดียวกับวิธี IVFสามารถคัดกรองกลุ่มโรค HIV ได้ 99.9%*

ข้อดีของการทำอิ๊กซี่ที่คุณควรทราบก่อนที่จะตัดสินใจทำ 

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

การทำอิ๊กซี่ (ICSI) คืออะไร 

9 พฤติกรรมมีลูกยาก เช็คปัจจัยความเสี่ยงที่คุณอาจทำโดยไม่รู้ตัว 

ทำไม อายุเยอะมีลูกยาก เมื่ออายุเพิ่มยิ่งมีลูกยากจริงหรือ?

Worldwide-ivf

𝐖𝐨𝐫𝐥𝐝𝐰𝐢𝐝𝐞 𝐈𝐕𝐅 เราพร้อมให้คำปรึกษาเรื่องการมีบุตรยาก แบบละเอียดเจาะลึกทุกขั้นตอน โดย นพ.ธิติกรณ์ วาณิชย์กุล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ สูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา การผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวช และการรักษาภาวะมีบุตรยาก ทีมแพทย์ ทีมพยาบาล ทีมนักวิทย์ฯ และผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์มามากกว่า 10 ปี ดูแลทั้งลูกค้าไทย และต่างชาติ ใช้เครื่องมือและห้องประฏิบัติการทางแล็บที่ทันสมัยใหม่ เพื่อเพิ่มโอกาสตั้งครรภ์สำเร็จสูงสุด มีห้องปฏิบัติการตรวจโครโมโซม NGS ระดับสากล 

” Success Rate 85% จากเคสที่เราดูแลมาแล้วกว่า 10,000 เคส “