PREPARATION

Imgการตรวจวินิจฉัยภาวะมีบุตรยากจากฝ่ายชาย

สาเหตุของการมีบุตรยาก ที่เกิดจากฝ่ายชายมีอยู่ประมาณ 30 – 40% ของสาเหตุการมีบุตรยากทั้งหมด โดยสาเหตุหลักๆ มาจากความเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของการผลิตและการทำงาน ของเชื้ออสุจิ และปัญหาที่พบนั้นสามารถพบได้ทุกส่วน ตั้งแต่ฮอร์โมน การเก็บ และทางเดินของเชื้ออสุจิ ความผิดปกติทางพันธุกรรม อย่างไรก็ตามกระบวนการรักษาจะช่วยให้โอกาสของการตั้งครรภ์ มีมากขึ้นในบางกรณี

การประเมินทางฝ่ายชาย
โดยทั่วไป สิ่งแรกที่ต้องประเมินจากฝ่ายชายก็คือ การตรวจเชื้ออสุจิ โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จะมีการตรวจวิเคราะห์เชื้อตาม รูปร่าง จำนวน การเคลื่อนไหว และจำนวนเชื้อที่เคลื่อนไหว โดยมีค่าต่างๆ ดังต่อไปนี้เป็นเกณฑ์

Total Sperm Count > 40 million
Morphology (WHO) > 30% normal shape
Morphology (Kruger) > 14% normal shape
Volume > 2 milliliters
Motility > 50% motile
Liquefaction complete by 60 min

จำนวนเชื้อที่เคลื่อนไหวทั้งหมด จะเป็นข้อบ่งชี้ถึงการประเมินโดยรวมของเชื้อโดยส่วนใหญ่ และผู้ที่มีความผิดปกติของการตรวจเชื้ออสุจิ อาจจะต้องทำการตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติม รวมทั้งทำการตรวจวิเคราะห์ทางด้านฮอร์โมน การตรวจลูกอัณฑะ และในบางครั้งอาจมีความจำเป็นที่จะต้องตรวจโครโมโซมร่วมด้วย

การตรวจฮอร์โมน
การตรวจฮอร์โมนของต่อมใต้สมองสามารถที่จะให้ข้อมูลในเรื่องของการผลิตเชื้ออสุจิได้ อีกทั้งการตรวจพบปริมาณฮอร์โมนที่อยู่ในระดับผิดปกติ ก็จะเป็นอีกสาเหตุหนึ่งของการมีบุตรยาก
การตรวจระดับฮอร์โมนควรตรวจในกรณี
1.จำนวนเชื้ออสุจิ น้อยกว่า 1 ล้านตัวต่อซีซี
2.มีความผิดปกติในการทำงานเรื่องเพศ
3.ตรวจพบความผิดปกติในร่างกายที่เกี่ยวกับฮอร์โมน เช่น ไทรอยด์
หัตถการที่เกี่ยวข้องกับการรักษาปัญหาที่เกิดจากฝ่ายชาย
1.การผ่าตัดแก้หมัน เป็นการเปิดท่อที่นำน้ำเชื้ออสุจิกลับคืน หลังจากการทำหมัน แต่วิธีนี้อาจให้ผลการรักษาได้ไม่ค่อยดีนัก กล่าวคืออาจจะมีอัตราของความสำเร็จ หรือความสมบูรณ์ของน้ำเชื้ออสุจิ เพียงร้อยละห้าสิบเท่านั้น นอกจากนี้แล้วการแก้หมันยังอาจส่งผลทำให้เกิดภูมิคุ้มกันเชื้ออสุจิได้
2.หากเกิดกรณีมีเส้นเลือดขอดบริเวณถุงอัณฑะ เมื่อมีเส้นเลือดขอดก็อาจต้องทากรผูกเส้นเลือดบริเวณนั้น เพื่อให้คงอุณหภูมิของเชื้ออสุจิที่ผลิตออกมาได้
3.การเจาะเก็บอสุจิโดยตรงจากอัณฑะ PESA / TESE
ในกรณีที่ฝ่ายชายเป็นหมัน คือ ไม่มีตัวอสุจิออกมาในน้ำน้ำเชื้อที่หลั่งออกมาเลย ซึ่งอาจจะมีสาเหตุมาจากหลายสาเหตุด้วยกัน เช่น การอุดตันของท่อนำอสุจิ, ไม่มีท่อนำอสุจิมาตั้งแต่กำเนิด, มีปัญหาของการหลั่ง, ตัวอสุจิที่หลั่งออกมาตายหมด หรือมีการอักเสบของอัณฑะเนื่องจากเชื้อไวรัสคางทูมหรืออื่นๆ ในอดีตผู้ที่ประสบปัญหาดังกล่าวจะไม่สามารพมีบุตรของตนเองได้ นอกจากจะใช้อสุจิจากน้ำเชื้อของผู้บริจาคเท่านั้น แต่ในปัจจุบันด้วยเทคโนโลยีและวิวัฒนาการที่ล้ำสมัยยิ่ง จึงสามารถช่วยให้ฝ่ายชายที่ประสบปัญหาเหล่านี้สามารถมีบุตรของตนเองได้ โดยวิธีการดังต่อไปนี้
*PESA (Percutaneous Epididymal Sperm Aspiration) คือการใช้เข็มแทงผ่านผิวหนังบริเวณอัณฑะเข้าไปในท่อพักน้ำเชื้อ แล้วดูดตัวอสุจิออกมา เมื่อพบตัวอสุจิแล้วก็จะนำเอามาเจาะใส่ไข่เพียงตัวเดียวโดยใช้เครื่องมือพิเศษ(Micromanipulator) และเรียกวิธีนี้ว่า ICSI (Intracytoplasmic sperm injection) ต่อไป
*TESE (Testicular Epididymal sperm Extraction) คือการผ่าตัดเอาเนื้ออัณฑะออกมาเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วแยกตัวอสุจิที่อยู่ในเนื้ออัณฑะออกมา จากนั้นก็นำไปทำ ICSI ต่อไป
*TESA (Testicular Sperm Aspiration) คือการใช้เข็มแทงผ่านผิวหนังบริเวณอัณฑะเข้าไปในลูกอัณฑะ แล้วดูดตัวอสุจิออกมา จากนั้นก็นำไปทำ ICSI ต่อไป
*MESA (Microsurgical Epiddymal Sperm Aspiration) คือการผ่าตัดเข้าไปหาท่อพักน้ำเชื้อส่วน epididymis แล้วจึงใช้เข็มแทงเข้าไป และดูดตัวอสุจิออกมา จากนั้นก็นำไปทำ ICSI ต่อไป
4. ICSI การทำอิ๊กซี่ เป็นการนำเชื้อที่มีอยู่ในปริมาณน้อย เข้ามาผสมกับไข่โดยตรงผ่านเครื่องและเทคนิคพิเศษจากผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วจะคัดเชื้ออสุจิที่แข็งแรงและเคลื่อนไหวปกติมาทำ เพื่อให้โอกาสในการปฏิสนธิมากที่สุด หัตถการที่ถูกต้องจะได้มีการพูดคุยกับผู้มารับบริการก่อนที่จะเริ่มการรักษา และทั้งนี้หัตการต่างๆ สามารถที่จะทำได้ในคลินิคของเรา และผู้รับบริการจะได้รับข้อมูลทั้งหมดอย่างครบถ้วนก่อนที่จะตัดสินใจเริ่มการรักษาImg

การตรวจวินิจฉัยภาวะมีบุตรยากจากฝ่ายหญิง
โดยทั่วไปสาเหตุการมีบุตรยาก เกิดจากฝ่ายหญิงมีอยู่ที่ประมาณ 40 – 50 % สาเหตุหลักๆ ที่พบได้เกิดจาก ภาวะฮอร์โมนผิดปกติ หรือ รูปร่างของอวัยวะภายในผิดปกติ โดยการตรวจต่างๆ มีดังนี้
*การตรวจฮอร์โมนในเลือด
ขั้นตอนแรกของการรักษา คือ การตรวจหาฮอร์โมนเพื่อดูการทำงานของรังไข่ โดยวัดได้จากระดับของฮอร์โมนจากการเจาะเลือด และระดับดังกล่าวมีความสัมพันธ์กับช่วงของรอบประจำเดือนด้วย แพทย์จะให้ทำการเจาะเลือดและนำผลเลือดมาให้แพทย์ประเมินอีกครั้ง
หลังจากแพทย์ได้วินิจฉัยแล้ว และเมื่อเริ่มขั้นตอนการรักษา แพทย์จะให้เจาะเลือดเพื่อตรวจดูฮอร์โมนอีกครั้งในวันที่ 2 ของการมีประจำเดือน เพื่อการวางแผนการรักษา เช่น ปริมาณที่ฉีด ระยะเวลาในการกระตุ้นต่อไป
*การตรวจอัลตราซาวน์
โดยทั่วไปแล้ว หลักการของการตรวจอัลตราซาวด์ คือการใช้คลื่นในการตรวจ และเป็นวิธีการตรวจที่ไม่ได้ก่อให้เกิดความเจ็บปวดแต่อย่างใด วิธีการตรวจแพทย์จะสอดหัวตรวจเล็กๆ เข้าไปในช่องคลอด จากนั้นจะมีจอภาพที่แสดงให้เห็นผลได้อย่างชัดเจน ทำให้แพทย์สามารถมองเห็นมดลูกและรังไข่ทั้งสองข้าง เพื่อประเมินภาวะผิดปกติของอวัยวะทั้งสองอย่าง เช่น การดูภาวะเนื้องอกมดลูก หรือถุงน้ำรังไข่ สำหรับเป็นแนวทางในการวางแผนการรักษาต่อไป
*การผ่าตัดวินิจฉัยส่องกล้อง
การผ่าตัดวินิจฉัยส่องกล้อง จะทำเมื่อแพทย์วินิจฉัยว่าเกิดความผิดปกติที่ท่อนำไข่ การตรวจวิธีนี้จะเป็นการที่นำเอากล้องเล็กๆ สอดผ่านหน้าท้องเพื่อดูอวัยวะต่างๆภายในช่องท้อง ซึ่งต้องใช้ยาสลบและทำในห้องผ่าตัด นอกจากตรวจดูความผิดปกติของท่อนำไข่แล้ว ยังใช้ในการรักษาการผ่าตัดส่องกล้องสำหรับเนื้องอกมดลูกและถุงน้ำรังไข่ได้อีกด้วย
*การเอกซ์เรย์โพรงมดลูก
การเอกซเรย์โพรงมดลูกอาจต้องทำเพื่อวินิจฉัยการอุดตัดของท่อนำไข่ วิธีนีจะเริ่มต้นการรักษาโดยกายฉีดสีเข้าสู่โพรงมดลูกและท่อนำไข่ ผ่านปากมดลูกและตัวมดลูก ถ้าสีที่ฉีดเข้าไปไม่สามารถเข้าสู่ท่อนำไข่ หรือออกมานอกท่อนำไข่ในช่องท้องได้ แพทย์จะวินิจฉัยได้ว่าอาจมีการอุดตัน หรือมีการหดรัดตัวของท่อนำไข่ซึ่งต้องทำการวางแผนการรักษาเพิ่มเติมต่อไป
?lv ??~?ground:white'> *TESA (Testicular Sperm Aspiration) คือการใช้เข็มแทงผ่านผิวหนังบริเวณอัณฑะเข้าไปในลูกอัณฑะ แล้วดูดตัวอสุจิออกมา จากนั้นก็นำไปทำ ICSI ต่อไป
*MESA (Microsurgical Epiddymal Sperm Aspiration) คือการผ่าตัดเข้าไปหาท่อพักน้ำเชื้อส่วน epididymis แล้วจึงใช้เข็มแทงเข้าไป และดูดตัวอสุจิออกมา จากนั้นก็นำไปทำ ICSI ต่อไป
4. ICSI การทำอิ๊กซี่ เป็นการนำเชื้อที่มีอยู่ในปริมาณน้อย เข้ามาผสมกับไข่โดยตรงผ่านเครื่องและเทคนิคพิเศษจากผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วจะคัดเชื้ออสุจิที่แข็งแรงและเคลื่อนไหวปกติมาทำ เพื่อให้โอกาสในการปฏิสนธิมากที่สุด หัตถการที่ถูกต้องจะได้มีการพูดคุยกับผู้มารับบริการก่อนที่จะเริ่มการรักษา และทั้งนี้หัตการต่างๆ สามารถที่จะทำได้ในคลินิคของเรา และผู้รับบริการจะได้รับข้อมูลทั้งหมดอย่างครบถ้วนก่อนที่จะตัดสินใจเริ่มการรักษา

กลับ <<